ภาพ

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554

10อันดับสถานที่อันตรายและน่ากลัว

10อันดับสถานที่อันตรายและน่ากลัวของโลก



อันดับ 10 Great Pacific Garbage Patch 
                แพขยะใหญ่แปซิฟิก (Great Pacific Garbage Patch) ซึ่งเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า แพขยะตะวันออก หรือ วงวนขยะแปซิฟิก (Pacific Trash Vortex) คือวงวนใหญ่ของขยะมหาสมุทร (marine litter) ที่อยู่ส่วนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ
แพขยะมีลักษณะของการรวมตัวอย่างเข้มของขยะพลาสติกและขยะอื่นที่ถูกกักรวมได้ ด้วยกระแสวงวนใหญ่แปซิฟิกเหนือ จนแพขยะมีขนาดใหญ่มหาศาลและหนาแน่นจน มีผลต่อสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นสารพิษ, ผลกระทบต่อสัตว์บกสัตว์ทะเล จนถึงขณะนี้ไม่มีวิธีใดที่จะกำจัดขยะเหล่านี้ได้ นอกจากนั้นมันยังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายปีทีผ่านมา จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ของสหรัฐและของโลกเป็นที่เรียบร้อย
 

อันดับ 9 Izu Islands
                  หมู่เกาะอิสุ  เป็นหมู่เกาะภูเขาไฟที่เรียงรายอยู่ทางทิศใต้และตะวันออกของคาบสมุทรอิสุในเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น ตามเขตการปกครองแล้ว ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกรุงโตเกียว เกาะที่ใหญ่ที่สุด คือ เกาะอิสุโอชิม่า มักเรียกสั้นๆว่า เกาะโอชิม่า ประกอบด้วย 9 เกาะคือ เกาะอิสุโอชิม่า หรือเกาะโอชิม่า, เกาะโทชิม่า, เกาะนิอิ, เกาะชิกิเนะ, เกาะโคสุ, เกาะมิยาเกะ, เกาะมิคุระ, เกาะฮาจิโจ, เกาะอาโองะ 
ในสมัยเอโดะ เกาะนิอิ เกาะมิยาเกะ และเกาะฮาจิโจ ถูกเลือกให้เป็นสถานที่สำหรับเนรเทศนักโทษ ต่อมาเมื่อ ถึงปี 2000 ได้เกิดเหตุภูเขาไฟระเบิด และพ่นแก๊สพิษออกมาจำนวนมาก ทำให้ต้องมีการอพยพประชาชนออกจากเกาะมิยาเกะ จนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2005 ผู้ที่เคยอาศัยอยู่บนเกาะอิซุจึงได้รับอนุญาตให้กลับไปอาศัยอยู่ได้ แต่จำเป็นต้องมีหน้ากากกันแก๊สพิษและต้องมีเตรียมพร้อมสำหรับเหตุระเบิดใน อนาคต ทำให้ปัจจุบันที่แห่งนี้มีกลิ่นกำมะถันเต็มไปหมด 

อันดับ 8 Door to Hell
            สถานที่นี้ถูกขนานนามว่า ประตูสู่นรก(Door to Hell) อยู่ใกล้เมืองเล็กๆเมืองหนึ่งของ Darvaz ในประเทศเติร์กเมนิสถานน โดยการค้นพบสถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 1970 นักธรณีวิทยาได้ทำการขุดเจาะหาก๊าซอยู่นั้น พวกเขาก็ได้พบกับถ้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้พื้นดิน ซึ่งมันใหญ่มาก ใหญ่ซะจนกลืนกินเครื่องมือในการขุดเจาะของพวกเขาไปจนหมด นักธรณีวิทยาเหล่านั้นไม่มีใครกล้าลงไปในหลุมเพราะมันเต็มไปด้วยแก๊สพิษ ดังนั้นพวกเขาจึงจุดไฟเพื่อที่จะเผาไหม้แก๊สให้หมดไป แต่!!!จนถึงตอนนี้ 35 ปีแล้วไฟที่จุดยังไม่เคยดับลงแม้แต่วินาทีเดียว และไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามันจะดับลงเมื่อไหร่ อีกทั้งไม่มีใครกล้าลงไปสำรวจ

อันดับ 7 Alnwick Poison Gardens
        เมืองอาร์นวิค (Alnwick) ใน อดีตเคยเป็นเมืองหลวงของมณฑลนอร์ทธัมเบอร์แลนด์ของสหราชอาณาจักร ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอาร์นซึ่งไหลผ่านใจกลางของเขตอาร์นวิค และเขตชนบทของมณฑลนอร์ทธัมเบอร์แลนด์ สถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของเมืองอาร์นวิค คือสวนพฤษศาสตร์ที่ตั้งอยู่ที่ เดนวิค, เมืองอาร์นวิค, NE66 1YU, อังกฤษ  สวนอลานวิคเป็นสวนที่สวยงาม และเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2002 และในปี ค.ศ. 2005 โดย สวนแปลกที่เราจะไปท่องเที่ยวคือพอยซัน การ์เด็นหรือสวนที่รวมต้นไม้มีพิษและเป็นเส้นทางเขาวงกต (สร้างขึ้นเมื่อปี 1500) มีพืชมีพิษจำนวนมากจำพวกมะเขือพวง ยาสูบ และนอกจากนี้ยังมีพืชต้องห้ามต่างๆ เช่น กัญชา, โคคา ซึ่งเราสามารถพบพืชมีพิษเหล่านี้ได้ที่นี่เท่านั้น

อันดับ 6 Asbestos Mine
       เหมืองแร่ใยหินหรือแอสเบสตอส(Asbestos) ตั้งอยู่ที่ Thetford-Mines, รัฐควิเบก,แคนาดา เป็นเหมืองแร่ขนาดใหญ่ที่ขุดเพื่อเอรแอสเบสตอสซึ่งเป็นแร่ที่เกิดตามธรรมชาติที่มีลักษณะเป็นใยหิน  ซึ่งมีคุณสมบัติแข็งแรงและทนทานต่อความร้อนสูง  ใช้ในการผสมเป็นวัตถุดิบ  เพื่อการก่อสร้างและผลิตอุปกรณ์  หรือสิ่งของต่างๆมากมาย  เช่นเป็นฉนวนกันความร้อน  ทำผ้าเบรกและ ครัช  กระเบื้องมุงหลังคา  และท่อซีเมนต์   แต่สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดมะเร็งและโรคอื่นๆ และที่อันตรายที่สุดคือคนงานในเมืองที่จำเป็นดมแร่แอสเบสตอสมากมาย  จนเอสเบสทอสถูกสั่งห้ามใช้ในยุโรปและแคนาดาแล้ว แต่เหมืองเอสเบสทอสยังคงมีอยู่....เพื่อส่งแอสเบสทอสไปขายในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่ง ในฤดูร้อนก็เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีรถทัวร์ชมรอบๆ เหมือง หากคุณจะไปเที่ยวขอให้เตรียมพร้อมกับอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวคุณ ไว้ด้วย 


อันดับ 5 Ramree Island
           เมื่อ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ปี 1945 ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ทหารญี่ปุ่นประมาณ 900-1,000 นาย ประจำการอยู่ด้านหนึ่งบน "เกาะรามรีย์" นอกชายฝั่งพม่า เพื่อนบ้านของเรานี่เอง เพื่อสู้รบกับฝ่ายสัมพันธมิตร ทหารญี่ปุ่นต่อสู่ไม่ถ้อย แต่กระนั้นก็ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ทำให้จำเป็นต้องถอยหนี พวกทหารญี่ปุ่นจังมุ่งหน้ารวมกลุ่มหนึ่งที่ฝากหนึ่งของเกาะ
และ นี้เป็นจุดเริ่มต้น ของคืนที่สยดสยองที่ทหารญี่ปุ่นในเวลานั้นลืมไม่ลง ทหารญี่ปุ่นที่เหลือ 1000 นาย ได้รวมกลุ่มเพื่อไปอีกฟากหนึ่งของเกาะ โดยพวกเขาจำเป็นต้องผ่านมีบึงขนาด 16 กม. เท่านั้น และระหว่างที่พวกเขาลุยผ่านบึงนั้นพวกเขาได้ถูกจู่โจมจากฝ่ายศัตรู แต่ไม่ใช้พวกพันธมิตร หากแต่เป็นสัตว์เลื่อยคลานชนิดหนึ่งมันคือจระเข้จระเข้ ยักษ์ที่ตะกละตะกลาม จำนวนมากโจมตีทหารญี่ปุ่น อย่างดุร้ายและบ้าคลั่ง ค่อยๆ หายไปทีละคนๆ ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายและเสียงปืนที่ยิงสะเปะสปะ เหล่าทหารญี่ปุ่น 3 ใน 4 ไม่ รอดจากเหตุการณ์บึงมรณะครั้งนั่น คนส่วนใหญ่ที่รอดมาได้ก็บาดเจ็บสาหัส แต่ยังมีชีวิตและสติอยู่มากพอจะภาวนาขอให้ตายไปเสียยังจะดีกว่า และในเหตุการณ์ในครั้งนั้นกินเนสบุ๊คยกให้เป็น "โศกนาฏกรรมที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดจากสัตว์"
ปัจจุบัน เกาะรัมรี (Ramree Island) เป็น ส่วนหนึ่งของจ๊อกปะยู ติดกับชายฝั่งอ่าวเบงกอล ในรัฐยะไข่ มีสนามบินพาณิชย์ มีสะพานและถนนเชื่อมกับแผ่นดิน อยู่ห่างจากเมืองท่าซิตต่วย (Sittwe) ลงมาทางทิศใต้ 200 ก.ม.เศษ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มของระบบทางหลวงที่ไปเชื่อมกับเมืองมะกวย(Magwe) เมืองเม็กติลา (Meiktila) ในเขตมัณฑะเลย์ และเมืองตองยี (Taunggyi) กับเชียงตุง ในรัฐฉาน และถึงชายแดนไทย-จีน
เกาะรามรีย์นั้น ไม่ได้มีชื่อเสียงเพียงแค่เป็นแหล่งของยุงพาหนะไข้มาลาเรีย, แมลง วันที่วางไข่ในแผล และแมงป่องที่มีพิษร้ายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสัตว์ร้ายที่สร้างความหวาดกลัวต่อทหารญี่ป่นในสงครามโลกครั้ง ที่ 2 ด้วยนั้นคือ "จระเข้น้ำเค็ม" ที่ซ่อนตัวอยู่ในบึง ซึ่งมีอยู่มากมายนับหลักพันตัว! จนได้ขนานนามว่า เกาะแห่งจระเข้กินคน

อันดับ 4 Yungas Road
      ถนนยุงกัส(Yungas Road) เป็นภาษาท้องถิ่นมีความหมายว่า ถนนแห่งความตาย เป็นถนนเส้นทางสายมรณะ อยู่ในตะวันออกเฉียงเหนือของลาปาซ(La Paz) ประเทศโบลิเวีย และได้ถูกบันทึกว่าเป็นถนนที่อันตรายสุดขีดสำหรับนักขับขี่ในโลก อดีตถนนสายนี้สร้างโดยนักโทษชาวปารากวัยในระหว่างสงครามโบลิเวีย-ปารากวัยใน ปี 1932-35 เพื่อใช้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างตอนเหนือของประเทศ 
ถนนมีความยาวทั้งหมด 70 กิโลเมตร จากเมือง ลาปาซถึงเมือง Coroico ทางโค้งสุดแคบยาวเกือบ 3,600 เมตร โดยที่ข้างๆ เป็นเหวลึก 800 เมตรรอรับรถที่พลาดท่าอยู่! แต่ละปีจะมีคนเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตเพราะถนนเส้นนี้ 100-200 ราย สาเหตุที่ตายเยอะเนื่องจากถนนที่กว้างแค่ช่องทางเดียวเลนเดียว(กว้างไม่เกิน 3.2 เมตร) และไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ และ ลดระดับลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศจากหนาวเป็นร้อนชื้นอย่างฉับพลันเกิด หมอกในบริเวณนั้น แต่แทนที่จะมีผู้เข็ดขยาดกลับเป็นสิ่งท้าทายให้คนไปเยือนจนถนนสายนี้กลาย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขาดไม่ได้สำหรับนักท่องเที่ยวผู้ไปเยือนประเทศ โบลิเวีย ในที่สุด 


อันดับ 3 Mud Volcanoes of Azerbaijan
           ในฤดูใบไม้ผลิของปี 2001 ภูเขาไฟใต้ทะเลแคสเOยน(Caspian) ที่ติดชายฝั่ง Azeri ของ อาเซอร์ไบจานได้เกิดระเบิดขึ้น จำนวนผู้เสียชีวิตไม่มีเพราะมีคำเตือนและอพยพได้ทันเวลา แต่กระนั้นผลลัพท์ที่ได้คือเกิดภูเขาไฟโคลน หรือ "เนินโคลนผุด" ที่แปลว่าโคลนเหลวที่เกิดขณะมีการปะทุของภูเขาไฟ  เป็นโคลนที่มีรูปร่างคล้ายรูปโดม เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยา  ทำให้ติดไฟง่ายและเกิดก๊าซพิษ แต่กระนั้นมันก็สวยงามแปลกตาอย่างมาก และจนได้เป็นรับเลือกเป็นหนึ่ง 28 สถานที่งดงามตามธรรมชาติของโลกที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายเพื่อสรรหา 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งใหม่ และอาเซอร์ไบจานได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีโคลนภูเขาไฟเยอะที่สุดในโลก 

อันดับ 2 The Zone of Alienation
         เมื่อวันที่ 26 เมษายน ปี 1986 เกิดเหตุการณ์ที่โลกจ้องจารึกเมื่อเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้า ในเมืองเชอร์โนบิล (สมัยนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต) เกิดการระเบิด ส่งผลให้ให้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 4 ระเบิด สารกัมมันตรังสีเกือบทั้งหมดแพร่กระจายสู่บรรยากาศ ในรัศมี 30 กิโลเมตรมีการเปรอะเปื้อนรังสีสูง ถูกประกาศเป็นเขตอันตราย (Zone of alienation) สารกัมมันตภาพรังสีลอยออกไปปนเปื้อนทั้งในอากาศ แม่น้ำ ผืนดิน ทั่วทวีปยุโรปกว่า 3.9 ล้านตารางกิโลเมตร สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นอย่างมาก  นับว่าเป็นหายนะภัยจากโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ที่รุนแรงที่สุดในโลก
แม้จะผ่านไปเป็นเวลา 21 ปี  2 ทศวรรษ หลังของการระเบิดของโรงงานพลังไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล เมืองเชอร์โนบิลยังคงเป็นเมืองร้างและอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แม้อดีตนั้นจะเป็นเมืองที่มีความเจริญที่จุดเด่นคือเสาชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ ที่เด่นงามสง่าและตึกสูงมากมาย แต่จนบัดนี้กลับกลายเป็นซากเหล็กซากปูนที่น่าขนลุกขนพอง  เป็นเมืองที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตทุกชนิด บริเวณในรัศมี19 ไมล์ รอบ ๆ โรงไฟฟ้าแห่งนี้ก็ยังเป็นบริเวณที่อยู่อาศัยไม่ได้ ซ้ำยังคงมีกัมมันตภาพรังสีหลงเหลืออยู่ อีกทั้งของเหลวเป็นพิษและปนเปื้อนในน้ำและอากาศจนไม่สามารถดื่มกินได้ 


อันดับ 1 Ilha de Queimada Grande
        เกาะ Queimada Grande หรือ เกาะงูคลั่งเป็นเกาะที่ตั้ง อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเภทบราซิล เป็นเกาะที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่และไม่กล้ารุกราน อันเนื่องจากเกาะนี้เต็มไปด้วนงูพิษที่สามารถฉกคุณได้ทุกเวลาหากคุณเข้ามา ยังเกาะแห่งนี้
โดยเฉพาะงูพิษพิเศษ Golden Lancehead (Bothrops insularis) pitviper  มีพิษรุนแรงมาก พิษของมันรุนแรงมากกว่างูพิษบนแผ่นดินใหญ่ถึงห้าเท่า กัดทีเดียวตายทันที และจัดว่าเป็นงูถิ่นเดียวที่มีถิ่นอาศัยอยู่บนเกาะที่เท่านั้น และมีอาศัยอยู่หนาแน่นสูงมาก(จำนวนหนึ่งตัวต่อหนึ่งพื้นที่) งู ประมาณกันไว้ว่ามีมากกว่า 5,000 ตัวบนเกาะเลยทีเดียว(งูชนิดนี้มีรูปแบบของเพศที่แปลกคือ มีตัวผู้แท้ มีตัวเมียแท้ และมีกระเทยแท้ )  และสถานที่แห่งนี้จัดว่าเป็นสถานที่อันตรายที่ต้องใช้ใบอนุญาตในการเข้าเท่านั้น 




รวมเคล็ดไม่ลับเพื่อหุ่นสวย

หลักสูตรเร่งรัดการลดความอ้วนวัยรุ่น ใน สัปดาห์
วัยรุ่นแม้จะเป็นวัยที่มีการเผาผลาญพลังงานได้ดีกว่าวัยอื่นๆ แต่โรคอ้วนในวัยนี้ก็ยังเห็นอยู่บ่อยๆ อาจจะด้วยเพราะพฤติกรรมการบริโภค หรือกิจกรรมที่แตกต่าง ของแต่ละคน รวมทั้งสภาพร่างกายของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน บางคนเผาผลาญพลังงานได้ดี แต่บางคนหากไม่ออกกำลังกายก็คงไม่มีการเผาผลาญ  จึงทำให้เราเห็นโรคอ้วนในวัยรุ่นบางราย หากพบว่าเรา หรือเพื่อนกำลังเป็นโรคอ้วนทั้งที่ยังอยู่ในวัยรุ่นอยู่ก็ควรรีบหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะหากปล่อยไว้นาน อายุมากขึ้นการเผาผลาญพลังงานน้อยลงจะยิ่งเพิ่มความอ้วนให้กับเราไปกันใหญ่  เพราะแม้แต่ตอนวัยรุ่นที่ร่างการสมบูรณ์ ยังอ้วน  หากเข้าวัยทำงาน ที่หาเวลาออกกำลังกายได้น้อย คงอ้วนท้วนสมบูรณ์แน่นอน
วันนี้เราได้ค้นพบหลักสูตรพิเศษในการลดความอ้วน ที่ทดลองแล้วว่าได้ผลดีในวัยรุ่น มาฝาก โดยวิธีง่ายๆ ไม่ยุ่งยากอะไร ทำได้ทุกวัน ใช้เวลาไม่มาก แต่ได้ผลเกินคาด
วิธีลดน้ำหนักในวัยรุ่น ภายใน 2 สัปดาห์
1.    เริ่มกันตั้งแต่ตื่นนอนมาให้บริโภคน้ำอุ่นสัก 1 แก้ว เพื่อช่วยให้กระตุ้นการขับถ่าย สามารถปฎิบัติได้ง่ายๆ แต่ต้องสม่ำเสมอ จนไม่ต้องดื่มน้ำอุ่นก็ขับถ่ายได้ เป็นการปรับสมดุลของร่างกาย
2.    ต่อด้วยมื้อเช้าให้ทานไข่ต้นเพียงแค่ 1 ฟองเท่านั้น ห้ามเกินนี้ เพราะการใช้พลังงานตั้งแต่มื้อเช้าไปถึงเที่ยง ไข่ต้ม 1 ฟองก็เพียงพอแล้ว
3.    เมื่อเที่ยงกินสลัดพัก  เน้นกินเมนูที่มีพักเป็นองค์ประกอบหลัก อาจจะทานส้มตำได้ แต่อย่าให้หวาน เน้นผักมากกว่า  หรือหากเมื่อไหร่ที่เบื่อสลัดแล้ว จะเปลี่ยนเมนูมาเป็น โยเกิร์ตรสธรรมชาติก็เข้าท่าเช่นกัน งดของหวานใดๆทั้งสิ้น เช่นพวก  น้ำอัดลม  ขนม
4.    มื้อเย็นหาผลไม้ที่ไม่หวาน มาทานได้หนึ่งลูก เช่น แอปเปิ้ล  เป็นต้น  ที่หวานมากๆอย่าได้ทาน
5.    วิธีสุดท้าย พยายามออกกำลังการเผาผลาญไขมัน อย่าให้มีไขมันสะสมในร่างกาย  การออกกำลังการก็เป็นการปรับสมดุลของร่างกายในเข้าที่เข้าทางด้วยเช่นกัน

อยากให้เน้นที่ข้อสุดท้ายคือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่ทานให้พอดี พอเหมาะ เท่านั้นการลดน้ำหนัก หรือลดความอ้วนในวัยรุ่นก็สามารถทำได้ง่ายๆ และทำได้ทุกๆวัน เพราะตั้งแต่ตื่นเช้ามาก่อนไปโรงเรียนเราก็ทานอาหารเช้ากันทุกคน (ต้องทานอาหารเช้าเพราะเป็นมื้อที่สำคัญ) และตอนเที่ยงก็หลีกเลี่ยงของหวานๆ ขนมต่างๆ น้ำอัดลมยิ่งต้องงด แล้วไม่เกิน 2 สัปดาห์เห็นผล น้ำหนักลดแน่นอน ต่อไปก็ปฎิบัติให้ได้อย่างนี้ จนคิดว่าเรานั้นสามารถปรับตัว ปรับกิจกรรม ปรับพฤติกรรม  ในแต่ละวัน ให้มีความสมดุลเหมาะสมกับอาหารที่ต้องรับประทานเข้าไป  เท่านี้ก็ห่างไกลจากโรคอ้วนแล้ว



ทางเลือกหนึ่งในการลดความอ้วนหรือการลดน้ำหนัก คือการออกกำลังกาย  ขอแนะนำการออกกำลังกาย 3 รูปแบบ ดังนี้
ลดความอ้วน
ลดความอ้วนด้วย การเดิน
การ เดินเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีอาการเข่าเสื่อมหรือปวดเข่า แนะนำให้ใช้การเดินเร็ว(ก้าวเท้าเร็วๆ) แกว่งแขนแรงๆ โดยใช้เวลาเดิน 20-40 นาที  4 วันต่อสัปดาห์  การเดินเร็วเป็นประจำช่วยทำให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง หัวใจ กล้ามเนื้อแข็งแรงทนทาน ข้อก็เคลื่อนไหวได้ดี
ลดความอ้วนด้วย การวิ่ง
การวิ่งมีประโยชน์เหมือนการเดิน มีผลดีต่อกล้ามเนื้อ สุขภาพ ลดความเครียด ป้องกันโรคกระดูกพรุน โรคหัวใจ และอื่นๆ
ข้อแนะนำในการวิ่ง
2.1 อบอุ่นร่างกายก่อนการวิ่ง
2.2 เวลาวิ่งควรใช้ส้นเท้าลงก่อนแล้วตามด้วยฝ่าเท้า
2.3 แกว่งแขนตามธรรมชาติ
2.4 เลือกรองเท้าที่เหมาะสม ไม่คับหรือหลวมเกินไป
2.5 เตรียมน้ำเย็นสำหรับดื่มติดตัวไปด้วย
2.6 การเพิ่มระยะทางในการวิ่ง ควรเพิ่มครั้งละ 10 เปอร์เซ็นต์ เช่นอาทิตย์นี้วิ่ง 5 กม. อาทิตย์หน้าก็เพิ่มเป็น 5.5 กม.
ลดความอ้วนด้วย การขี่จักรยาน
การ ขี่จักรยานเหมาะสำหรับผู้ที่มีข้อเข่าไม่ดี เพราะไม่ต้องลงแรงกระแทก ไม่ต้องลงน้ำหนัก จักรยานที่เหมาะสมคือจักรยานเสือหมอบ เหมาะสำหรับขี่ในเมือง ถนนเรียบ  และจักรยานเสือภูเขา ขี่ได้ทุกสภาพพื้นที่ไม่ว่าจะขรุขระหรือทางเรียบ ข้อดีของการขี่จักรยานคือทำระยะได้ไกล ไม่เบื่อ ข้อเสียคือมีราคาแพง
ข้อแนะนำในการขี่จักรยาน
3.1 เลือกจักรยานที่เหมาะสมกับรูปร่าง
3.2 เตรียมน้ำดื่มใส่ขวดไปด้วยเสมอ
3.3 ใส่หมวกกันน็อค
3.4 เตรียมผ้าเช็ดเหงื่อสำหรับซับเหงื่อ
3.5 ใส่แว่นตากันแดด ป้องกันแสงแดดและฝุ่นควัน



ต่อไปนี้คือข้อแนะนำที่ให้คุณปฎิบัติเมื่อคุณตั้งใจจะลดความอ้วน
1 ขอให้สัญญากับตัวเองว่าจะลดความอ้วน ขอให้ตั้งเป้าหมายลดความอ้วนด้วยตัวเอง ไม่ใช่ลดเพราะความต้องการของคนอื่นๆ
2 ควรเลือกเวลาที่เหมาะสม การลดความอ้วนในสภาพที่ไม่เหมาะสมเช่น กำลังอยู่ในช่วงใกล้สอบ หรือกำลังมีปัญหาการเงิน ปัญหาเหล่านี้จะรบกวนสภาพจิตใจ ความพร้อมของคุณ ทำให้การลดน้ำหนักของคุณไม่ประสบความสำเร็จ
3 ควรเลือกเป้าหมายการลดความอ้วนที่เป็นไปได้ หรือไม่ตั้งเป้าหมายสูงเกินไป ถ้าคุณอ้วนมากๆ คุณไม่สามารถที่ลดความอ้วนให้เหมือนคนผอมได้ในทันทีหรือระยะเวลาสั้นๆ
ควรลดความอ้วนแบบค่อยๆเป็นไป ช้าๆ และคงที่ อาจจะตั้งเป้าหมายครึ่งกิโลกรัมต่ออาทิตย์ หรือเป้าสูง 1 กิโลกรัมต่อสับดาห์
4 คุณควรเปลี่ยนนิสัยการกินอาหารให้มากินอาหารที่มีผลดีต่อสุขภาพ การลดความอ้วนโดยวิธีลดอาหารทำให้ร่างกายของคุณได้รับพลังงานน้อย น้ำหนักน้อยลงก็จริง แต่เป็นเพราะปริมาณน้ำในร่างกายลดลง ไม่ใช่ปริมาณไขมันที่ลดลง
ยกตัวอย่างเช่นนักมวยที่ลดน้ำหนักก่อนขึ้นชั่ง น้ำหนัก ด้วยการวิ่ง อดน้ำ อดข้าว หรือเข้าเครื่องอบไอน้ำ เพื่อลดปริมาณน้ำในร่างกาย ทำให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากชั่งน้ำหนักแล้ว ก็กินข้าว ดื่มน้ำ ก็จะมีน้ำหนักกลับมาเหมือนเดิม
นอกจากนี้การอดอาหาร ยังทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น กรดโฟลิค แมกนีเซี่ยม และสังกะสี ซึ่งล้วนแต่เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ทำให้สุขภาพดี
ทางเลือกที่ดีที่สุด คือการกินอาหารที่ให้พลังงานน้อยแทน เช่นผัก ผลไม้
5 ออกกำลังกายด้วยการเดินเร็ว (ก้าวเท้าเร็ว)ติดต่อกันนาน 30 นาที 3-4 วันต่ออาทิตย์ จะส่งผลให้น้ำหนักคุณลดลงประมาณ 0.3 กิโลกรัมต่อสัปดาห์  การออกกำลังกายโดยทำให้เผาผลาญไขมันส่วนเกิน จะทำให้น้ำหนักลดลงโดยตรง และส่งผลทำให้ปริมาณกล้ามเนื้อของร่างกายเพิ่มขึ้น
การออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจน (Aerobic Exercise) โดยมีระยะเวลานานกว่า 20 นาทีขึ้นไป จะช่วยลดปริมาณไขมันอย่างได้ผลดีมากๆ
สำหรับ ท่านที่มีน้ำหนักมากๆ และไม่เคยออกกำลังกาย ควรเริ่มต้นทีละน้อย แล้วค่อยเพิ่มเวลาให้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยใช้วิธีการเดิน หรือการวิ่งเหยาะๆ ว่ายน้ำ เต้นรำ เคล็ดลับประการหนึ่งคือ ควรมีเพื่อนร่วมออกกำลังกาย จะทำให้คุณออกกำลังกายตามตารางที่กำหนดได้ดีขึ้น นอกจากนี้คุณอาจใช้วีธีออกกำลังกายอื่นๆ เช่นเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟท์โดยสาร



ควรหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการเต้นแอโรบิก การวิ่ง ปั่นจักรยาน การบริหารเฉพาะส่วน ฯลฯ เป็นวิธีที่ช่วยให้สะโพกสวย แน่น และกระชับมากขึ้น คนอ้วน หรือผอมก็สามารถใช้วิธีนี้ได้
ควบคุมอาหาร แต่ไม่ใช่อดอาหาร เลือกรับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์มากกว่ารับประทานตามใจปาก ควรทานให้ครบทั้ง 3 มื้อ และหยุดทันทีถ้ารู้สึกอิ่ม ลดอาหารจำพวกที่ให้พลังงานสูง และอาหารรสจัด หวานจัด มันจัด ควรดื่มนมที่พร่องมันเนย ของขบเคี้ยว ให้เลือกทานประเภทพืชเปลือกแข็งแทน เช่น ถั่ว เม็ดแตงโม ฯลฯ
ลดสะโพก
การนวดมีประโยชน์มากกับขาช่วงต้นขาด้านบน ด้านหน้าและหลัง โดยเฉพาะช่วงต่อจากก้นลงมา เพราะถ้าบริเวณนี้มีไขมันมากจะทำให้สะโพกห้อยและย้อยได้ นอกจากนี้การนวดยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต รวมทั้งกำจัดของเสียและไขมันที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนังด้วย สำหรับการนวดที่ดีคือ ให้ใช้ครีมที่ใช้ขจัดไขมันใต้ผิวหนัง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการนวด ควรเป็นตอนก่อนนอน หลังอาบน้ำในตอนเช้า หรือก่อนทานอาหารหนึ่งชั่วโมง ควรใช้ครีมนวดติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ ถ้าใช้ ๆ หยุด ๆ จะไม่เห็นผล และหยุดใช้ครีมนวดทันทีถ้าเกิดอาการแพ้
การขัดผิว จะช่วยในเรื่องของการแตกลาย จุดด่างดำ ผดผื่นแดง และรอยหยาบกร้านให้หมดไป สามารถขัดผิวได้ด้วยตัวเองโดยใช้น้ำมันขัดผิวที่ทำขึ้นเองแบบง่าย ๆ และประหยัด โดยนำเกลือเม็ดใส่ลงในขวด กะปริมาณตามที่ต้องการใช้ จากนั้นเติมน้ำมันมะกอกลงไป สังเกตุให้เกลือดูดซึมน้ำมันจนหมดอย่าให้แห้ง หรือเปียกเกินไป เติมน้ำหอมกลิ่นที่ชอบลงไปสัก 2-3 หยด จะช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นในขณะที่ขัดผิวให้ขัดเป็นวงกลมในบริเวณที่เกิดรอย หยาบกร้าน
ถ้าอยากมีสะโพกที่ดูดี ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันดูได้.
ขอบคุณที่มา เดลินิวส์



เพราะการออกำลังกายรูปแบบเดิมๆทำให้คุณเบื่อที่จะทำใช่มั้ย ลองเปลี่ยนสไตล์การออกกำลังกายของคุณดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่าการออกกำลังกายไม่ได้น่าเบื่อเหมือนแต่ก่อนเสมอไป กับวิธีบริหารหุ่นให้อินเทรนด์

1.แอโรบิกในน้ำ
เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวมาก เพราะน้ำจะช่วยลดแรงกระแทกจากการออกกำลังกาย ขณะเดียวกันน้ำก็ยังช่วยให้กล้ามเนื้อของเรากระชับ ร่างกายสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีขึ้นอีกด้วย
2.พิลาทีส
ผสมผสานระหว่างศาสตร์ของโยคะและยิมนาสติก  การฝึกแบบนี้อย่างต่อเนื้องอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์จะช่วยในเรื่องของกล้ามเนื้อทำให้มีลักษณะเรียวสวย แข็งแรงขึ้น สัดส่วนกระชับได้รูป
3.โยคะ

การฝึกโยคะจะเป็นการฝึกที่เน้นในเรื่องของความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกระดูสันหลัง เมื่อฝึกปฎิบัตินานๆจะทำให้จิตใจสงบ มีสมาธิ นอกจากนี้ยังช่วยให้มีรูปร่างที่เพรียวสวย กระชับทุกสัดส่วน ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งแลดูอ่อนเยาว์
4.บอดี้คอมแบต
เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับคนที่ชื่นชอบศิลปะการต่อสู้เพละเสียงดนตรี การเต้นบอดี้คอมแบตนี้จะทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวทุกส่วน เรียกเหงื่อและเผาผลาญแคลอรี่ได้เป็นอย่างดี
5.ฟิตบอล
การออกกำลังกายด้วยการใช้ลูกบอลรองรับส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย จะช่วยในเรื่องของการได้เคลื่อนไหวกล้ามเนื้อทุกสัดส่วน ส่งผลให้ร่างกายกระชับได้สัดส่วน



สาวๆคนไหนก็อยากจะให้ตัวเองดูดีกันทั้งนั้น แต่การที่จะได้มาซึ่งความสวยงาม เซ็กซี่อาจต้องแลกด้วยเงินจำนวนมาก สำหรับสาวคนไหนที่อยากสวยแบบผอมเพรียวมั่นใจแบบไม่ต้องจ่ายตังลองนำวิธีนี้ไปปฎิบัตืกันดูค่ะ
รอบเอวที่เกินมานี่แปลว่าอะไร ?
รอบเอวที่มีมากหรือน้อยนั้นเกิดจากปริมาณไขมันในช่องท้อง รอบเอวที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 5 เซนติเมตร จะเปิดโอกาสให้คนๆ นั้นเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น 3-5 เท่า ที่มาของโรคร้ายนานาชนิด ทั้งโรคหลอดเลือดหัวใจ ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดในสมองอุดตันหรือแตก โรคหัวใจ โรคที่ว่ามาล้วนแต่เป็นตัวการที่คร่าชีวิตและผู้ป่วยจะมีแนวโน้มที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ
ต้นเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรม นั่งๆ นอนๆ ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ออกกำลังกาย ทานผักผลไม้น้อยกว่าที่ควร ทานแต่อาหารที่เต็มไปด้วยพลังงานและไขมัน พฤติกรรมที่ว่านี้จึงทำให้เกิดเป็นโรคอ้วนได้
เมื่อยิ่งอ้วนน้ำหนักตัวก็ยิ่งมากตามไปด้วย ยิ่งส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ตามมามากขึ้นไปด้วย
ส่วนการวัดรอบเอวนั้นจะต้องยืนวัดในส่วนที่แคบที่สุดของลำตัวหรือกึ่งกลางระหว่างซี่โครงซี่สุดท้ายกับกระดูกสะโพกด้านหน้า สายจะต้องไม่หย่อนหรือแน่นเกินไป อย่าลืมว่า ผู้หญิงต้องไม่เกิน 80 เซนติเมตร หรือ 32 นิ้ว ส่วนผู้ชายต้องไม่เกิน 90 เซนติเมตร หรือ 36 นิ้ว หากมากเกินกว่าขนาดที่ว่าไปนี้ ควรรีบเร่งคุมน้ำหนักและออกกำลังกายโดยด่วย
อีกวิธีหนึ่งที่สามารถควบคุมไม่มีรอบเอวพุ่งกระฉูดคือ ต้อง กินให้เป็น”  คือรู้จักควบคุมปริมาณอาหารให้พอเหมาะพอดี  เพิ่มอาหารที่เป็นโปรตีน กินผักและผลไม้เยอะ ที่สำคัญคือควรเลี่ยงอาหารมันจัด หวานจัด และเค็มจัด
วิธีหนึ่งที่ทำแล้วได้ผลคืด ยึดมื้อเช้าเป็นหลัก กินอาหารแต่ละมื้อให้พออิ่ม และมื้อเย็นควรเว้นระยะเวลาอาหารให้ห่างจากเวลานอนไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง เพื่อให้ระบบย่อยของร่างกายได้ทำงานอย่างเต็มที่เต็มประสิทธิภาพ
ท้ายที่สุดคือ ควรออกกำลังกายอาทิตย์ละ 3 วัน ครั้งละ ไม่ต่ำกว่า 30 นาที
เพียงเท่านี่น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นของคุณก็จะลดลงได้ 5-10% เท่ากับว่าไขมันในช่องท้อง จะหายไปไม่ต่ำกว่า 30% เลยทีเดียว



สิ่งที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักก็คือการที่เรามีกำลังใจมุ่งมั่นที่จะลดน้ำหนักให้ได้  ที่สำคัญคือต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดผลดีมากที่สุด  โดยเทคนิคการลดน้ำหนักให้ได้ผลที่ต้องปฏิบัติเป็นประจำคือ
1.ตั้งความฝันให้กับตัวเองว่าจะต้องมีน้ำหนักที่ลดลงนี้ให้ได้
2.ตั้งความฝันว่าจะต้องใส่เสื้อผ้าขนาดที่เล็กลงกว่าเดิมให้ได้
3. ตั้งความฝันว่าเมื่อเจอใครเขาจะต้องทักเราว่าดูดีขึ้นผอมลงให้ได้
4. ตั้งความความฝันถ้าลดน้ำหนักแล้วได้เราต้องดูดีมีสุภาพที่แข็งแรง ฟิตและเฟริ์ม
5. แรงผลักดันอีกอย่างก็คือจะต้องดูดีในสายตาของผู้อื่นแม้ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม
สูตรอีกอย่างคือ ง่ายๆแค่ลดแป้ง/หวาน/มัน/เค็ม/ออกกำลังกาย ทุกวัน
1. 05.30 น. งานบ้านเล็กน้อย/ดื่มน้ำเต้าหู้ 1 แก้ว
2. 06.00 น. แอโรบิค 45 นาที
3. 08.00 น. ทานอาเช้าครอบ 5 หมู่จนอิ่ม
4. 12.00 น. ตำซั่ว/ส้มตำ/ไกย่างไม่ติดหนัง
5. 16.30 น. น้ำเต้าหู้ 1 แก้ว หรือกล้วยหอม
6. 17.30 น. แอโรบิค 45 นาที (ดื่มน้ำใบบัวบก)
6. 21.30 น. เข้านอน -แต่ต้องขยันดื่มน้ำ/ใจแข็งหากมีใครชวนกินจุบจิบ/ใส่สเตย์ ตลอดวัน/ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสลดอาหารที่ไขมันสูง/ให้รู้ว่ากินเข้าไปเท่าไหร่ให้ใช้พลังงานออกมาให้หมด แต่ในหนึ่งสัปดาห์ก็ให้รางวัลแก่ตัวเองกินตามใจปรารถนาสักมื้อแค่นี้เอง




ขั้นตอนในการลดความอ้วนเคล็ดลับพิเศษที่สามารถทำได้ง่ายๆไม่ว่าจะในสถานที่ทำงานหรือฟิตเนสและยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเรื่องอุปกรณ์ออกกำลังกายด้วย  วิธีนี้มีให้เลือกปฏิบัติถึงสองวิธีด้วยกัน
วิธีแรกคือ  หาเก้าทรงสูงมานั่งโดยผู้ปฏิบัติจะต้องนั่งให้หลังตรงตลอด  จากนั้นก็ให้ยกแขนทั้งสองข้างยืดขึ้นเหนือหัวจนสุดความยาวของแขนทั้งสองข้าง  เสร็จแล้วก็ค่อยๆลดระดับของความสูงของแขนลงมาพร้อมๆกับการหายใจออกเป็นจังหวะยาวๆ  แล้วก็หายใจเข้าเหมือนการหายใจปกติทั่วไปเมื่อหายใจเข้าแล้วก็ให้วางมือทั้งสองข้างไว้ที่ใต้หน้าท้อง  เพื่อกำหนดลมหายใจออกพร้อมกับการโน้มตัวลงมาข้างหน้าพยายามค่อยๆผ่อนกำลังของร่างกายลงจากนั้นก็ค่อยหายใจเข้าตามปกติ
วิธีที่สองคือ  ให้ถือว่าจุดตรงสะดือเป็นจุดศูนย์กลางของร่างกายโดยให้หายใจออกด้วย  แล้วก็นั่งไขว้ขาให้นำปลายนิ้วทั้งสองข้างวางจรดที่หน้าอก  หายใจออกจังหวะช้าๆยาวๆ โดยให้ส่วนบนของร่างกายเรางอไปข้างหน้าด้วยซักเล็กน้อย  ในระหว่างที่ปฏิบัตินี้ต้องให้ศีรษะวางในตำแหน่งที่ตรงกับสะดือด้วย  กดปลายนิ้วลงไปที่หน้าอกเล็กน้อยหายใจออกพร้อมกับการกด  แล้วก็ยกศีรษะให้ตั้งตรงหายใจเข้าปกติ



WP วันนี้ขอเสนอเคล็ด(ไม่)ลับ สำหรับสาวๆที่อยากจะทำให้ตัวเองดูสวยเพรียวโดยที่ไม่ต้องไปวิ่งออกกำลังกายให้เหนื่อย หรือนั่งอดอาหารอีกต่อไป
1. หยุดกินหน้าทีวี
คุณรู้รึเปล่าว่าการนั่งกินอาหารหน้าทีวี จะทำให้คุณสามารถกินเพิ่มได้จากเดิมถึง 40% รวมไปถึงการขับรถและกิจกรรมอื่นๆ อีกเช่นกัน วิธีที่ดีที่สุดคือ หยุดพฤติกรรมการนั่งกินอาหาหน้าทีวีนั้นซะ
2. กินอาหารที่เผาผลาญไขมัน
การเลือกกินอาหารที่สามารถเผาผลาญไขมันเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ระบบการเผาผลาญของคุณดีขึ้น ซึ่งอาหารที่ช่วยเผาผลาญไขมันได้แก่ ส้มเกรปฟรุต แอปเปิ้ล น้ำมันมะกอก เมล็ดทานตะวัน กระเทียม บลูเบอร์รี่ และถั่วอัลมอนด์ เป็นตัน
3. รู้ทันก่อนกินสลัด
สาวๆหลายคนอาจคิดว่า ผักนี่แหละที่ฉันกินได้ ไม่ต้องกลัวอ้วนแต่รู้ไหมว่านั่นเป็นความคิดที่ผิด เพราะผักบางอย่างที่คุณกินเข้าไปนั้นสามารถเพิ่มแทนที่ลดน้ำหนักให้คุณ !! ฉะนั้นก่อนเลือกกินสลัดก็ควรจะดูก่อนว่าผักที่กินเข้าไปนั้นคืออะไร
4. กินผลไม้วันละ 2 ครั้ง
เนื่องจากในผลไม้จะเต็มไปด้วยน้ำและปราศจากไขมัน คุณจึงควรจะรับประทานผลไม้อย่างน้อยวันละ 2 ครั้งเพราะการทานผลไม้จะทำให้คุณทานอาหารอย่างอื่นได้น้อยลง
5. หยุดนิสัยเสียดายของ
เพราะการเสียดายของจนทำให้คุณต้องทานให้หมด และนี่คือสาเหตุความอ้วนของคุณ ฉะนั้นทางที่ดีควรเลือกทานอาหารแต่พอดีไม่มากจนเกินไป